logo1001alt
  • About Us
  • Servicesarrow-menu-up
    • รับทำเว็บไซต์บริษัท ( Corporate website )
    • รับทำเว็บไซต์ E-commerce ( E-commerce website )
    • รับทํา Mobile Application
    • รับดูแลเว็บไซต์ และปรับปรุงข้อมูล
    • Web Hosting & VPS
    • รับทำ SEO
    • รับทำ Google ads
  • Portfolio
  • Blog
  • Contact Us
1001click-telephon-contact 1001click-line-contact
Home ∘ Blog ∘

เช็คด่วน! Web App ของเรามีความเสี่ยงอยู่หรือเปล่า?

เช็คด่วน! Web App ของเรามีความเสี่ยงอยู่หรือเปล่า?

05 ก.ค. 67
Web App

สำหรับการออกแบบและพัฒนา Web App แล้ว ความปลอดภัยถือเป็นเรื่องที่ควรคำนึงถึงตั้งแต่แรกเริ่มเลยทีเดียว โดยเฉพาะเมื่อธุรกรรมทางออนไลน์และข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ใช้กลายเป็นสิ่งที่แฮกเกอร์ต่างหมายตา ส่วนความปลอดภัยของ Web App จะมีความสำคัญอย่างไร และมีแนวทางในการป้องกัน Web App จากการถูกโจมตีทางไซเบอร์อย่างไรบ้างนั้น ไปติดตามกันได้ในบทความนี้เลย

ยาวไปอยากเลือกอ่าน

  • ความสำคัญของ Web App Security
  • 10 แนวทางการรักษาความปลอดภัยของเว็บแอปพลิเคชัน

ความสำคัญของ Web App Security

Web App Security หรือความปลอดภัยของเว็บแอปพลิเคชัน เป็นสิ่งสำคัญที่เราจะมองข้ามไปไม่ได้เด็ดขาด เนื่องจาก Web App มักจะเก็บข้อมูลสำคัญที่มักเป็นเป้าหมายของแฮ็คเกอร์ การปกป้องข้อมูลส่วนบุคคลและข้อมูลทางการเงินจากการโจรกรรมข้อมูล การฉ้อโกงออนไลน์ การเผยแพร่ข้อมูลเท็จ ไปจนถึงการทำลายข้อมูลเป็นสิ่งที่จำเป็นอย่างยิ่งต่อธุรกิจ ผู้ให้บริการเว็บแอปพลิเคชันควรมีการทดสอบความปลอดภัยเชิงรุกเพื่อค้นหาช่องโหว่ มีการดำเนินการรักษาความปลอดภัยอย่างต่อเนื่อง และการมีแผนการแก้ไขในกรณีเหตุฉุกเฉินด้านความปลอดภัยของแอปพลิเคชันด้วย เพื่อให้เว็บแอพของเราไม่สุ่มเสี่ยงจากภัยคุกคามด้าน Cybersecurity และมอบความอุ่นใจให้กับผู้ใช้งานเว็บแอปพลิเคชันนั่นเอง

10 แนวทางการรักษาความปลอดภัยของเว็บแอปพลิเคชัน

1. ตั้งค่าความปลอดภัย

ควรตรวจสอบและปรับปรุงการตั้งค่าความปลอดภัยของ Web App เป็นประจำ เพื่อป้องกันการตั้งค่าการรักษาความปลอดภัยที่ผิดพลาด นอกจากนี้ยังต้องใช้ OWASP Secure Coding Checklist ซึ่งเป็นเครื่องมือที่ช่วยในการตรวจสอบความปลอดภัยของโค้ด รวมถึงการตรวจสอบข้อมูลที่รับเข้ามาและส่งออกจากระบบ รวมถึงการยืนยันตัวตนและการจัดการรหัสผ่าน

Web App

2. ตรวจสอบสิทธิ์และจัดการเซสชัน

ถือเป็นกลไกหลักที่ช่วยป้องกันการเข้าถึงที่ไม่ได้รับอนุญาตและรักษาความปลอดภัยของข้อมูลผู้ใช้ ส่วนการจัดการเซสชันก็ยังช่วยให้เราแน่ใจได้ว่าข้อมูลของผู้ใช้จะถูกเก็บรักษาไว้อย่างปลอดภัยในระหว่างการโต้ตอบกับแอปพลิเคชัน ทั้งยังช่วยมอบประสบการณ์การใช้งานที่ราบรื่นจากการจดจำข้อมูลสถานะของผู้ใช้ ซึ่งเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับการให้บริการที่ต่อเนื่องและมีประสิทธิภาพ

3. ป้องกัน CSRF

การป้องกัน CSRF โดยการใช้ CSRF Tokens หรือ SameSite Cookies จะช่วยเพิ่มความปลอดภัยให้กับ Web App ด้วยการป้องกันไม่ให้ผู้ไม่หวังดีร้องขอข้อมูลหรือทำธุรกรรมจากเว็บไซต์โดยไม่ได้รับอนุญาตจากผู้ใช้งานจริง นอกจากนี้ยังช่วยให้ผู้พัฒนาสามารถควบคุมการเข้าถึงข้อมูลของผู้ใช้งานได้ดียิ่งขึ้น และลดความเสี่ยงที่ข้อมูลสำคัญจะถูกขโมยหรือถูกแก้ไขโดยไม่ได้รับอนุญาต

4. ป้องกัน Insecure Direct Object Reference

การป้องกัน Insecure Direct Object Reference (IDOR) ช่วยรักษาความปลอดภัยของ Web App โดยการป้องกันไม่ให้ผู้โจมตีสามารถเข้าถึงหรือแก้ไขข้อมูลที่ไม่ได้รับอนุญาตผ่านการจัดการตัวระบุอ็อบเจ็กต์ การใช้ตัวตรวจสอบสิทธิ์การเข้าถึงที่เข้มงวดและการใช้ตัวระบุที่ซับซ้อนก็เป็นอีกวิธีหนึ่งในการป้องกันช่องโหว่นี้ นอกจากนี้ การไม่เปิดเผยตัวระบุใน URL หรือใน body ของ POST ก็เป็นวิธีที่ดีในการลดความเสี่ยงจากการถูกโจมตีด้วยวิธี IDOR อีกด้วย

Web App

5. ข้อมูลที่สำคัญ ๆ ต้องเข้ารหัส

การเข้ารหัสข้อมูลช่วยปกป้อง Web App จากการเข้าถึงโดยไม่ได้รับอนุญาตและภัยคุกคามทางไซเบอร์ โดยการเปลี่ยนข้อมูลที่สามารถอ่านได้ให้อยู่ในรูปแบบที่ไม่สามารถเข้าใจได้ ซึ่งทำให้ข้อมูลนั้นปลอดภัยจากการถูกดักจับหรือถูกใช้ในทางที่ผิด นอกจากนี้ การเข้ารหัสยังช่วยให้สามารถรักษาความลับและความสมบูรณ์ของข้อมูล และยังช่วยให้เว็บแอปพลิเคชันของเรามีความสอดคล้องกับข้อกำหนดด้านความปลอดภัยต่าง ๆ บนอินเทอร์เน็ตอีกด้วย

6. ใช้ HTTPS และ HSTS

การใช้ HTTPS จะเข้ารหัสข้อมูลที่ส่งผ่านอินเทอร์เน็ต ป้องกันไม่ให้ข้อมูลถูกดักจับหรือแก้ไขโดยบุคคลที่สาม ในขณะที่ HSTS จะช่วยให้เว็บไซต์สามารถบังคับใช้การเชื่อมต่อแบบเข้ารหัสเสมอ ซึ่งจะลดความเสี่ยงจากการโจมตีแบบ Man-in-the-Middle และยังช่วยให้เว็บไซต์โหลดเร็วขึ้นโดยการลดขั้นตอนการเปลี่ยนเส้นทางจาก HTTP ไปยัง HTTPS นั่นเอง

Web App

7. อัพเดตซอฟต์แวร์เป็นประจำ

หลายคนอาจมองว่าไม่มีความเกี่ยวข้องกับ Web App เท่าไหร่นัก แต่จริง ๆ แล้ว การตรวจสอบและอัพเดตซอฟต์แวร์ของเราเอง เช่น เฟรมเวิร์ค ไลบรารี และระบบปฏิบัติการ เป็นส่วนสำคัญในการรักษาความปลอดภัยเลยทีเดียว เนื่องจากจะช่วยปิดกั้นช่องโหว่ที่อาจถูกแฮกเกอร์ฉวยโอกาส รวมไปถึงการแก้ไขข้อผิดพลาดต่าง ๆ ในระบบและการปรับปรุงความปลอดภัยที่ทันสมัย นอกจากนี้ยังช่วยให้ระบบปฏิบัติการและไลบรารีที่ใช้งานอยู่สามารถทำงานร่วมกับซอฟต์แวร์อื่น ๆ ได้อย่างราบรื่นและมีประสิทธิภาพอีกด้วย

8. ติดตั้ง WAF

การติดตั้ง WAF (Web Application Firewall) ช่วยเพิ่มความปลอดภัยให้กับ Web App โดยการป้องกันการโจมตีที่เกิดจากช่องโหว่ต่าง ๆ เช่น SQL Injection และ Cross-Site Scripting (XSS) โดย WAF จะทำหน้าที่เป็นเกราะป้องกัน โดยการตรวจสอบและคัดกรองข้อมูลที่ผ่านเข้ามาในระบบ เพื่อป้องกันไม่ให้ข้อมูลที่เป็นอันตรายเข้าถึงเว็บแอปพลิเคชันได้ ซึ่ง WAF นี้สามารถปรับแต่งได้เพื่อตอบสนองต่อความต้องการเฉพาะของแต่ละธุรกิจ ช่วยให้การจัดการความปลอดภัยเป็นไปอย่างมีระบบและง่ายดายยิ่งขึ้น

9. ตรวจสอบความปลอดภัยอย่างสม่ำเสมอ

การตรวจสอบความปลอดภัยของ Web App อย่างสม่ำเสมอ ด้วยการทดสอบการเจาะระบบและการตรวจสอบรหัสป้องกันช่องโหว่ ช่วยให้แน่ใจว่าข้อมูลสำคัญและการทำงานของเว็บไซต์จะปลอดภัยจากภัยคุกคามทางไซเบอร์อยู่ตลอดเวลา นอกจากนี้ยังช่วยให้ผู้ใช้มั่นใจในความน่าเชื่อถือของเว็บไซต์ ซึ่งส่งผลดีต่อชื่อเสียงและความไว้วางใจจากลูกค้าที่มีต่อธุรกิจอีกด้วย

Web App

10. เตรียมแผนการรับมือเหตุฉุกเฉินล่วงหน้า

การมีแผนฉุกเฉินจะทำให้เราสามารถตอบสนองต่อเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ ซึ่งรวมถึงการป้องกันข้อมูลจากการสูญหายหรือการเข้าถึงโดยไม่ได้รับอนุญาต นอกจากนี้ยังช่วยลดเวลา Down time ของระบบ และรักษาความไว้วางใจของผู้ใช้ได้อีกด้วย การวางแผนที่ดียังช่วยให้สามารถกู้คืนระบบได้เร็วขึ้นหลังจากเกิดการโจมตี และนับเป็นการบริหารความเสี่ยงที่ดี ซึ่งจะช่วยให้ Web App และธุรกิจสามารถดำเนินการต่อไปได้โดยไม่มีปัญหานั่นเอง


การมีมาตรการที่เข้มงวดและการอัพเดตอย่างสม่ำเสมอ รวมถึงการปฏิบัติตามข้อแนะนำทั้ง 10 ข้อที่ 1001 Click ได้รวบรวมมาแบ่งปันกันเป็นความรู้สำหรับบทความนี้ จะช่วยป้องกันไม่ให้ Web App ของเราตกเป็นเป้าของการโจมตีทางไซเบอร์ แม้ว่าจะไม่มีระบบความปลอดภัยใดในโลกนี้ที่สามารถป้องกันการโจมตีได้อย่างสมบูรณ์แบบ แต่การติดตามข่าวสารความรู้ใหม่ ๆ และการอัพเดตระบบให้ทันสมัยอยู่ตลอดเวลา ก็จะทำให้เว็บแอพของเราอยู่ในสถานะที่มั่นคงและปลอดภัยที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้แล้วล่ะครับ

หรือติดต่อขอคำปรึกษาเพิ่มเติมได้ผ่านช่องทาง

  • Line ID: 1001click
  • Tel:  081 116 1001
  • Email: info@1001click.com

 

Share
1001click-facebook-share
1001click-email-share
บทความล่าสุด
ทำเว็บไซต์บริษัท
05 มิ.ย. 69
ทำเว็บไซต์บริษัทต้องรู้อะไรบ้าง? คู่มือฉบับสมบูรณ์ปี 2026
Frontend / Backend
05 มิ.ย. 69
Frontend และ Backend คืออะไร? เข้าใจความแตกต่างและเลือกบริการพัฒนาเว็บไซต์ที่เหมาะสม
ภาษา PHP
05 มิ.ย. 69
ภาษา PHP คืออะไร? ทำไมยังเป็นตัวเลือกยอดนิยมสำหรับการพัฒนาเว็บไซต์
เปิดร้านค้าออนไลน์
05 มิ.ย. 69
ทำไมธุรกิจของคุณต้องเปิดร้านค้าออนไลน์

1001 Click Co., Ltd

ท่านสามารถติดต่อขอรับคำปรึกษาเกี่ยวกับบริการ รับทำเว็บไซต์ , รับทำเว็บอีคอมเมิร์ส , รับทำ Mobile application และ SEO ได้ที่ รายละเอียดด้านล่าง

1001click-telephon-contact
+66 811161001
1001click-email-contact
info@1001click.com
1001click-map-contact
Map
  • About Us
  • Services
    • ∘ รับทำเว็บไซต์บริษัท ( Corporate website )
    • ∘ รับทำเว็บไซต์ E-commerce ( E-commerce website )
    • ∘ รับทํา Mobile Application
    • ∘ รับดูแลเว็บไซต์ และปรับปรุงข้อมูล
    • ∘ Web Hosting & VPS
    • ∘ รับทำ SEO
    • ∘ รับทำ Google ads
  • Portfolio
  • Blog
  • Contact Us
  • Privacy Policy
  • Cookies Policy
© 2021 1001 Click official website, all rights reserved. Web design by 1001 Click

เราใช้คุกกี้เพื่อให้ประสบการณ์ของคุณดีขึ้น
สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมโปรดอ่าน นโยบายคุกกี้ของเรา

ยอมรับ